วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับหฐโยคะ (Hatha Yoga)

แสงแห่งปัญญาจากอดีตสู่ปัจจุบัน

                 ศาสตร์แห่งโยคะถือกำเนิดขึ้นที่แผ่นดินอินเดียโบราณ มีการกล่าวถึงครั้งแรกในยุคพระเวท ( the Vedas) ซึ่งมีอายุราว ๕,๐๐๐ ปี ก่อนคริสตกาล คำว่า “ยุช (Yuj) มีความหมายว่า การรวมกัน การเชื่อมประสาน ความเป็นหนึ่งเดียว โยคะในคัมภีร์พระเวท เป็นการฝึกฝน หล่อหลอมตนเอง หรือ ชีวา (jiva) ต่อสิ่งสูงสุด หรือจิตวิญญาณสูงสุด หรือ พรหม(Brahman)  ดังเช่นคำสอนโยคะในคัมภีร์อุปนิษัท (Upanishad)  ซึ่งเป็นคัมภีร์ในช่วงท้ายของยุคพระเวท การกล่าวถึงว่า เป็นแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อนำตนไปสู่สิ่งสูงสุด หรือ พรหม (Brahman) หรือที่รู้จักกันในนาม ตันตระโยคะ (Tantra Yoga)

                 มีการค้นพบหลักฐานว่ามีวัตถุโบราณเป็นหินแกะสลักรูปโยคีนั่งสมาธิในท่านั่งดอกบัว (the lotus pose) มีอายุราว ๓,๐๐๐ ปี ก่อนคริสตกาล แสดงให้เห็นว่า การฝึกโยคะและสมาธิมีความนิยมแพร่หลายในผู้คนในยุคนั้น

                 ราววศตวรรษที่ ๖ ก่อนคริสตกาล มีมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่อยู่ ๒ เรื่อง คือ มหากาพย์รามายะนะ รจนาโดย ฤาษีวาลมิกิ (Valmiki) เรารู้จักกันดีในชื่อ รามเกียรติ์ เมื่อพระรามและกองทัพยกไปเมืองลังกา เพื่อไปช่วยนางสีดาซึ่งถูกทศกันต์แย่งชิงตัวไป ในการศึกนั้นพระรามมิได้พึงใจที่จะรบแต่อย่างใด แต่ด้วยความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ของสามี  ถือว่าเป็นปรัชญาในการดำรงชีวิตของอินเดียที่กล่าวถึงการทำหน้าที่และต่อสู้กับสิ่งไม่ดี

                 มหากาพย์มหาภารตะ รจนาโดย ฤาษีไวยาสะ (Vyasa) เป็นวรรณคดีที่ยิ่งใหญ่และมีความยาวที่สุดในโลก พรรณาถึงการทำสงครามแย่งชิงกาารปรกครองแผ่นดิน และการสู้รบของพี่น้องสองตระกูล คือ ตระกูลเการพ กับ ตระกูลปาณฑพทั้งสองตระกูลสืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษเดียวกัน ในสมรภูมิทุ่งราบกุรุเกษตร ใช้เวลารบอยู่สิบแปดวัน ในที่สุดฝ่ายธรรมะ คือ ฝ่ายปานฑพก็ได้รับชัยชนะ

 

                ภายในมหากาพย์มหาภารตะ มี ภควัตคีตา  (Bhagavad Gita) อันเป็นเรื่องราวที่คนฝึกโยคะและปรัชญาอินเดียรู้จักกันมากที่สุด กล่าวถึง บทสนทนาระหว่าง พระกฤษณะ สอนโยคะแก่ อรชุน นักรบที่กำลังอยู่ในสนามรบ  เป็นช่วงที่อรชุนรู้สึกหดหู่ใจที่ต้องรบกับญาติกันเอง โดยมีสาระที่สำคัญที่สุด คือการเติมเต็มภาระหน้าที่ของการกระทำในชีวิต อย่างปราศจากความคาดหวัง เป็นหลักในการดำเนินชีวิต

                 พระกฤษณะได้ให้ความหมายของโยคะไว้ว่า

               " สมาตวัม โยคะ อุชัยเต"  (Samatvam Yoga Ucyate)

                หมายความว่า โยคะคือ สภาวะที่จิตใจไม่มีผลกระทบจากความเศร้าโศก เสียใจ หรือความยินดี ความสุข ใดใดทั้งสิ้น

                โยคะที่ปรากฏใน ภควัตคีตา นี้คือ

                กรรมโยคะ(Karma Yoga) เป็นวิถีทางการฝึกตนเองเพื่อการอุทิศการกระทำเพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่น          

               ภักติโยคะ (Bhakti Yoga) เป็นวิถีของการตั้งมั่นในการกระทำทั้งมวลด้วยความศรัทธา ความรัก ความมั่นคงต่อพระเจ้าและความจริงสูงสุด

                ญาณโยคะ (Jnana Yoga) เป็นโยคะที่เป็นเรื่องการแสวงหาความจริง ปัญญา โดยนำเอาปรัชญาเวทานตะ (Vedanta) มาใช้เพื่อความเข้าใจในชีวิต

                 จนกระทั่งราว ๕๐๐ - ๒๐๐ ปีก่อนคริสตกาล มหาฤาษีปตัญชลี ได้รจนา โยคะสูตร (Patanjali Yoga Sutra) ขึ้น ถือว่าเป็นรากฐานที่สำคัญต่อศาสตร์โยคะที่เรียกว่า ปตัญชลีอัษฏางคโยคะ (Patanjali Ashtanga Yoga)   ท่านปตัญชลีกล่าวไว้ในโยคะสูตร ด้วยคำที่สั้นๆ ตรงตัว และมีความหมายอย่างยิ่ง จำนวน ๑๙๖ บท ครอบคลุมแนวความคิดเรื่องการพัฒนาชีวิต แต่ละบทเหมือนหยดน้ำแต่ละหยดที่ค่อยๆ เติมเต็มทะเลสาบ กล่าวคือ เป็นคัมภีร์ที่แสดงถึงวิถีแห่งการฝึกฝนอบรมจิตใจที่มีระบบ มีวินัยในการใช้ชีวิต มากมาย 

      ต่อมาราวคริตศตวรรษที่ ๑๕ ได้มีคัมภีร์หฐโยคะปทีปิกะ (Hatha Yoga Pradipika) เขียนโดย ท่านสวามีสวาทมารามา (Swami Swatavarama)

คัมภีร์หฐโยคะปทีปิกะแบ่งเป็น ๔ ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ ๑ อธิบายเรื่อง ยะมะ (yama) เป็นการควบคุมพฤติกรรม  นิยะมะ (niyama) หรือ การฝึกตนเอง ท่าการฝึกโยคะ หรือ อาสนะ (Asana) รวมทั้งแนวทางเรื่องอาหาร  

ส่วนที่ ๒ อธิบายเรื่อง ปราณยามะ (Pranayama)  หรือ การฝึกการควบคุมลมหายใจ และวิธีชำระสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย หรือ ชัตกามา(shatkarmas)  

ส่วนที่ ๓ อธิบายเรื่องมุทรา (mudras)  หรือการเพ่ง การฝึกพันทะ(bandhas) หรือการปิด นาดิ (nadis) หรือช่องทางเดินของพลังชีวิต และกุณฑาลินี (kundalini) หรือพลังแห่งชีวิต

ส่วนที่ ๔ อธิบาย เรื่อง ปรัตยาหาระ (pratyahara) หรือ การทำให้ความรู้สึกของอินทรีย์สิ้นไป  ธารณะ(dharana) หรือ การแน่วแน่ในจิต ธัยยาณะ(dhyana) หรือ การทำสมาธิ และ สมาธิ (samadhi) หรือการหล่อหลอมตัวตน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานการฝึกโยคะในปัจจุบัน

ขอบคุณ
ข้อมูลจาก  http://www.rayayoga.com/

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

Winners will receive a free voucher for Homeopathy.

Winners will receive a free voucher for Homeopathy.




Search winners Gift Voucher worth 1,000 Baht Treatment of Fine hands spa.
 What kind of heavy free 15 awards Voucher Homeopathy Call our public pages | Share | Comments (five winners receive a free voucher Homeopathy).
This was a classic violated Win a Gift Voucher winners Homeopathy at home.
Staff will contact you within 24 hours  Line : isiblor

** Award
Camara announced the winners via facebook, google + 1 persons per day.
Because dogs are all conditions set by the Fine hands.
Homeopathy is   Line : isiblor 

ธรรมชาติ บำบัด ความเครียด แก้ปวดหัว



โรคเครียด อาการ สาเหตุ วิธีการรักษา โรคเครียด



โรคเครียด เป็นโรคที่เราไม่พึ่งประสงค์มากที่สุด นอกจากจะทำให้สภาพจิตใจของเราย่ำแย่แล้ว ยังทำให้สุขภาพกายของเราย่ำแย่เพิ่มมากขึ้นไปอีก ซึ่งโรคเครียดนั้นมักจะนำพาโรคอื่นๆ ตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาการนอนไม่หลับและอาจไปสู่ภาวะซึมเศร้า เครียดมากๆ กลายเป็นโรคประสาทไปเลยก็มี
               การปวดหัวเพราะความเครียด จะทำให้กล้ามเนื้อของเราเกร็งไปแทบทุกส่วน เราจะต้องทำให้ร่างกายทุกส่วนของเราผ่อนคลายที่สุด  เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด เป็นการลดภาระการทำงานของร่างกาย นอกจากนี้การปวดหัวเนื่องจากความเครียด ยังทำให้ร่ายประสบปัญหา ฮอร์โมนไทรอยด์เกิน คือ ภาวะที่ฮอร์โมนหลั่งออกมามากเกินความจำเป็น ทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญมากขึ้น เสมือนร่างกายทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา  ทำให้น้ำหนักตัวลดลง แม้จะรับประทานอาหารมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว มือสั่น หงุดหงิดง่าย  ตาโปน ผมร่วง ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก ถ่ายอุจจาระบ่อยขึ้น หรือบางครั้งอาจเกิดภาวะขาดประจำเดือน บางรายอาจสังเกตเห็นต่อมไทรอยด์ที่อยู่บริเวณลำคอ  ด้านหน้ามีขนาดโตขึ้น มีอาการขาสองข้างอ่อนแรง จนถึงขั้นยกขาหรือยืนไม่ได้
สาเหตุของความเครียดมีที่มาแตกต่างกัน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องครอบครัว เรื่องคนรัก หรือว่าปัญหาจิปาถะ ที่เกิดขึ้นระหว่างวัน ทำให้จิตใจของเราตึงเครียด ส่งผลให้ร่างกายมีสภาวะเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจิตใจและในบางครั้ง เมื่อเราเครียดเราก็อาจจะไม่รู้ตัว แต่อาจจะมีอาการของคนที่นอนไม่หลับแทนก็เป็นได้ บางคนคิดว่าการที่เราเครียดก็คือเวลาที่เรามีปัญหาหนักๆ แต่ความเป็นจริงแล้วเรื่องเล็กๆ ก็ทำให้เราเครียดได้ แม้ในปริมาณไม่มาก แต่ถ้ามีการสะสมมากขึ้นก็เป็นผลเสียต่อร่างกายและจิตใจของเราได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น การอ่านหนังสือสอบไม่ทัน รถติด ตื่นสาย หาของไม่เจอ ติดต่อเพื่อนหรือญาติสนิทไม่ได้ มาไม่ทันรถเมล์ เถียงกับแม่ค้า เป็นต้น ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เราหงุดหงิดใจ และเป็นความเครียดต่างๆ ที่เราสะสมเอาไว้ ซึ่งหากว่ามากขึ้นไป ก็จะทำให้เราเสียสุขภาพจิตได้
ตัวอย่างของภาวะร่างกายและจิตใจที่บ่งบอกว่าเราเครียดมาก จนถึงขั้นอันตรายได้แก่ อาการปวดตึงของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา คอ ไหล่ หลัง เมื่อเราเครียด กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายจะตึงเครียดขึ้นมาโดยที่เราไม่รู้ตัว จะมีปัญหาเรื่องความดันโลหิตที่สูงขึ้น ปวดหัว ปวดท้อง   นอนไม่หลับ หัวใจเต้นแรง หอบ และ อ่อนเพลีย เป็นลมง่าย อาการเหล่านี้จะส่งผลต่อสภาพจิตใจ ทำให้เราหงุดหงิดง่าย วิตกกังวล ซึมเศร้า มีผลทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอ และเจ็บป่วยได้ง่าย 
“ไมเกรน”

ถือว่าเป็นโรคยอดฮิต ของคนในยุคปัจจุบัน เมื่อมีอาการกำเริบจะทำให้หลอดเลือดภายในกะโหลกศีรษะหดตัว ในขณะที่หลอดเลือดภายนอกกะโหลดศีรษะ เช่น ที่ขมับพองตัว ส่งผลทำให้มีอาการปวดหัวตรงกลาง ตรงขมับ มึนงง เวียนศีรษะ หรือปวดหัวข้างใดข้างหนึ่ง ระยะเวลาปวดตั้งแต่ 4 – 72 ชั่วโมง ซึ่งไมเกรนเกิดจากสิ่งกระตุ้นต่างๆ
สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการเครียดได้ มีดังต่อไปนี้

ทางตา : แสงแดด แสงจ้า แสงระยิบระยับ การใช้สายตาเคร่งเครียด หรือลายตา
ทางหู : เสียงดัง เสียงจอแจ
ทางจมูก : กลิ่นต่างๆ อาจเป็นกลิ่นน้ำหอม ควันบุหรี่ เป็นต้น
ทางลิ้น : อาหาร เช่น  อาหารทะเล ช็อกโกแลต ผงชูรส เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ  ยาคุมกำเนิด ยานอนหลับ
 ทางกายภาพ : อากาศที่เย็นจัด ร้อนจัด อบอ้าว อดนอน นอนมาก ร่ายกายเหนื่อยล้า อาการเจ็บปวดต่างๆ เช่น ปวดฟัน ปวดประจำเดือน เป็นต้น
ทางใจ : ความเครียด กังวล ซึมเศร้า
วิธีบำบัดที่สามารถช่วยบรรเทาอาการเครียด

การบำบัดโรคเครียดนั้นมีหลายวิธี
             วิธีแรกเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ การจัดการกับปัญหาทั้งหลายทั้งปวงให้เรียบร้อย การแก้ปัญหานั้น  มีอยู่ 3 วิธี ก็คือ การสู้ การหนี และการปล่อยให้มันเป็นไป การจะเลือกใช้วิธีไหนนั้นเราก็ต้องดูความเหมาะสม เพราะบางครั้งการวิ่งเข้าชนปัญหาก็ดูเหมือนว่าจะทำให้ความเครียดของเรายุติลงไปง่ายกว่าวิธีอื่นๆ
               นอกจากการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแล้ว ควรจะหาเวลาผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ ให้กลับมาสู่ภาวะปกติ โดยออกไปเดินเล่นชมสวน หรือ ทำงานอดิเรกที่เราชอบ ออกกำลังกาย ฟังเพลงพื่อคลายเครียด เต้นรำ ตามใจตัวเองบ้างตามสมควร โดยที่ไม่ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเดือดร้อน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยรับประทานอาหารจำพวกผักผลไม้เยอะๆ และ งดอาหารที่ทำให้ร่างกายเสียสมดุล หรือตกอยู่ในความเครียดมากขึ้น เช่น บุหรี่ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกชนิด กาแฟ ชา ยากล่อมประสาท ยานอนหลับ   นอกจากนั้น การทำสมาธิ รำไทเก็ก และการเล่นโยคะ ช่วยทำให้ความเครียดของเราลดลง เป็นการออกกำลังกาย ที่ช่วยทำให้จิตใจของเราสงบ การใช้ วารีบำบัดจะช่วยสร้างสมดุลของร่างกายโดยอาศัยความร้อนความเย็นของน้ำที่มากระทบผิวกาย หากต้องการความสดชื่นจากอาบน้ำ ให้อาบน้ำเย็นแทนการอาบน้าอุ่น การอาบน้ำอ่นหรือแช่น้ำอุ่นนานๆ จะมีผลทำให้เลือดคั่ง ประสาทอ่อนล้า กระวนกระวาย และ ง่วงเหงาซึม แต่อาบน้ำเย็นจะมีผลสืบเนื่องทำให้ร่างกายอบอุ่น สดชื่น และสบายตัว การอาบน้ำร้อนควรทำกรณีเดียวคือ เมื่ออาบน้ำแล้วเข้านอน ผลของความร้อนจะทำให้นอนหลับ  น้ำอุ่นที่สัมผัสกับร่างกายจะทำให้เส้นเลือดยายตัวและหมุนเวียนได้ดี แต่ก็เพิ่มภาระในการทำงานให้กัับร่างกายของเรา                
                วิธีการบำบัดอาการปวดศีรษะ ด้วยธรรมชาติ หรือ  โสตตะบำบัด  หนึ่งทางเลือกของการบำบัดร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ ใช้วิธีดึงความรู้สึกผ่อนคลายมาสู่ผู้รับบริการ ผ่านโสตประสาทสัมผัสทั้ง 5  ด้วยการสร้างบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ เพื่อผ่อนคลายระบบประสาททั้ง 5  ลดความตึงเครียดในการทำงาน ทำให้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ 
ประกอบด้วย
1.รูป การสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย เพิ่มความสดใสสดชื่น ด้วยสีเขียวจากต้นไม้นานาชนิด แต่งแต้มด้วยสีสันหลากสีของดอกไม้ เสมือนภาพธรรมชาติที่มีชีวิต
2.รส  การดื่มน้ำต้ม ที่มีสรรพคุณทำให้ร่างกายผ่านคลายลดภาระการทำงาน
3.กลิ่น การใช้กลิ่นหอมบำบัด (aromatherapy)
4.เสียง การได้ฟังดนตรีเบาสบายแนว spiritual music หรือเสียงแบบธรรมชาติ เช่น เสียงนกร้อง เสียงน้ำไหล เสียงคลื่น
5.สัมผัส การได้รับสัมผัสที่อ่อนโยนทะนุถนอม เพื่อบำบัดร่างกายและจิตใจให้เข้าสู่ภวังค์ นำสู่การผ่อนคลายอย่างลึกล้ำ
อาหาร : คนที่ป่วยเป็นไมเกรนจะมีระบบย่อยและดูดซึมแมกนีเซียมไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นจึงควรกินอาหารที่อุดมด้วยแมกนีเซียมเพื่อช่วยบรรเทาอาการไมเกรน
น้ำมันหอมระเหย : ช่วยทำให้ระบบประสาทต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับสมดุลของอารมณ์ และจิตใจให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการบำบัดสามารถทำได้ทั้งนวด และประคบ
การนวด ผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนควรมีน้ำมันหอมระเหยเปเปอร์มินต์ที่ช่วยทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า และลาเวนเดอร์ซึ่งช่วยให้คลายกังวล ลดความความเครียด และอาการซึมเศร้า ติดบ้านไว้เสมอ เมื่อมีอาการให้เทน้ำมันหอมระเหยทั้ง 2 ชนิด อย่างละ 1 หยด ผสมกับน้ำมันอัลมอนด์หอม 2 ช้อนชา นำมานวดที่บริเวณขมับและต้นคอเบาๆ
การประคบ   ประคบร้อนและเย็น ผ้าชุบน้ำประคบบริเวณขมับและหน้าผากทุกวัน 
ที่มา  Healthlink



วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2559

ตำแหน่งงานว่าง ต้องการคนขยันด่วน

Put the right man on the right job ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/514443
Put the right man on the right job ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/514443
Put the right man on the right job ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/514443
Put the right man on the right job ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/514443
Put the right man on the right job.
 ต้องการคนทำงานด่วน

ช่างยนต์ / ช่างกลโรงงาน / ช่างเทคนิค
 กฎหมาย
 เจ้าหน้าที่ขาย-การตลาด / พนักงานขาย-การตลาด ช่างจิวเวอร์รี่ /ช่างทอง-เงิน
สุขภาพความงาม/เสริมสวย/สปา/ฟิตเนส
เศรษฐศาสตร์/สถิติ/งานวิจัย/หุ้น/การประกันภัย

งานสำหรับผู้พิการ

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ(จป.วิชาชีพ)
ส่งเอกสาร/ส่งผลิตภัณฑ์/ขับรถ/แม่บ้าน/รปภ.


ประชาสัมพันธ์/บริการลูกค้า

  วิศวกรสื่อสาร/โทรคมนาคม

 งานบันเทิง/นักแสดง/พริ๊ตตี้/นักดนตรี/นักร้อง

  งาน Part-time/นักศึกษาฝึกงาน

วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559

ใครอยากประสบความสำเร็จต้องตอบคำถามนี้ให้ได้

 รู้หรือไม่ คนประเภทใหน ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้

1. คนไม่มีความรู้   2. คนไม่ต้องการรู้
3.คนที่ไม่คิดอะไรเลยในชีวิต4.คนที่เก่ง   
5. คนที่คิดว่าตัวเองฉลาด
6. คนที่อวดดีอวดเก่งสุด ๆ


ถาม  : คือ ? คำตอบสำหรับตัวเองนะครับ

หากวันนี้คุณมีเงิน10 ล้านจะทำอะไรกับชีวิต
เป้าหมายในชีวิตของคุณคือ...ต้องการใช้ชีวิตแบบใหนอย่างไร

คุณคิดว่า การเล่นเกม การทำงาน และการทำธุรกิจ เหมือนกันหรือไม่ แตกต่างกันอย่างไร

ตอบ.......

ถ้าการเล่นเกม การทำงาน และการทำธุรกิจ คือการต่อเกม จิ๊กซอล คุณต้องการอยู่ตรงไหนของเกมนี้

ตอบ........

ถ้าคุณต้องการ เล่นเกม   ทำงาน  หรือทำธุรกิจ  จะเริ่มจากอะไร

ตอบ.......

ขนาดของเกมจิ๊กซอลที่คุณ เลือกมีปริมาณกี่ชิ้น ถ้ามีเวลาต่อทั้งชีวิต

ตอบ.......

คุณคิดว่าพร้อมหรือไมในการเล่นเกมจิ๊กซอลนี้ของคุณ

ตอบ........

สิ่งที่คุณต้องการในการเริ่มเกมคือ.........

ตอบ......

คำถามทั้งหมดเป็นคำถามที่ต้องตอบใจตัวเอง  

การศึกษา จิตปรมัตถ




ที่สุดของ ปัญญา  คือ  วิชา (ความรู้)

ที่สุดของ ความทุกข์  คือ  อวิชา  (การไม่รู้)

ที่สุดของ ชีวิต  คือ  อนัตตา (การไม่มี)

ที่สุดของ มนุษย์  คือ  โลกุตตร 


ความลับที่โลกปิดบัง

การอบรมจิตเพื่อควบคุมกายและวาจา

พระธรรมเทศนา

เรื่อง  การอบรมจิตเพื่อควบคุมกายและวาจา


ทีนี้มาพูดถึงการมาของพวกเราแล้ว ต่างคนต่างก็มุ่งเพื่อทำความดีกัน แต่ความดีอันนี้เป็นสิ่งที่น่าทำ เพราะว่าความดีที่เราจะกระทำนี้ เป็นผลดีแสดงตอบ หรือว่าแสดงให้แก่เรา ปัจจุบันนี้พวกเราก็มีความสุข อย่างพวกเรามาอย่างนี้รู้สึก แหม สบายใจ กลับไปนึกถึงการมาวัดของเราก็ภูมิใจ ดีใจ สบายใจ อันนี้มันเป็นบุญ ที่นี้ ถ้าหากเราไม่ได้มาวัดหรือไม่ได้ประพฤติความดี มันก็อย่างว่า จิตใจมันก็ยังไปเกาะอันนั้นอันนี้วันนี้เราทำสิ่งที่ไม่ดีอะไรต่ออะไรบ้าง มันก็ไม่สบายใจ มันก็ตรงกันข้ามกันมา ทีนี้พูดถึงความดีส่วนสำคัญที่เราจะปรับปรุง ส่วนใหญ่มันก็อยู่ ๓ นัย คือต้องทำให้ใจของเรานี้เป็นเบื้องต้น แล้วทำให้กายดีและวาจาดี แต่ส่วนกายและวาจานี้มันออกไปจากจิต เพราะจิตของเรานี้มันเป็นตัวบังคับการ กายและวาจา ต้องเป็นไปตามอำนาจของจิต 

เพราะฉะนั้น สำคัญอยู่ที่จิต  จิตนี้สำคัญมาก ถ้าจิตไม่ดีแล้วการแสดงออกทั้ง ๒ คือ กายและวาจา ไม่ดีแน่ เช่น จิตโกรธอย่างนี้ การแสดงทางกาย และวาจาออกมา มันก็มองชัดอยู่แล้วว่าไม่ดี มนุษย์ทั้งหลายเห็นก็คงว่าไม่ดี ไม่ชอบ ไม่อยากเข้าใกล้ ในเมื่อคนนี้กำลังโกรธหรือแสดงบทบาทที่ว่าโกรธอยู่ ก็ไม่อยากเข้าใกล้เลยทีเดียว อยากจะหลบหนีให้ห่าง ก็เพราะว่าการแสดงออกไม่ดี ที่นี้ อันไม่ดี ตัวตนมันมาจากจิต จิตมันไม่ดี ตัวจิตมันโกรธ มันจึงได้แสดงออกมาภายนอกได้เห็นประจักษ์ อันนี้ก็หมายความว่ามันไม่ดี เพราะฉะนั้นหากในเมื่อจิตของเราไม่ดีแล้ว กายและวาจา จะดีไปไม่ได้ เพราะว่าจิตเป็นตัวบังคับการใหญ่ เป็นผู้สั่งการ เพราะฉะนั้น ดีหรือไม่ดีมันก็อยู่ที่จิตนั่นแหละตัวสำคัญ ถ้าเราปรับปรุงหรือบำรุงจิตของเราหรืออบรมจิตของเราให้ดีแล้ว กายและวาจา ของเราดีแน่ 

เพราะฉะนั้น เหมาะสมเหลือเกินพวกเรามาที่นี่ มุ่งหวังที่มาอบรมจิตของตัวเองให้ดี แต่อุบายวิธี การอบรมจิตของตัวเองให้ดีนี้ก็สำคัญที่สุดคือการได้ยินได้ฟังบ่อย ๆ การได้รู้ได้เห็นหมู่คณะประพฤติ เช่น ดุจในสมัยที่อาตมาเข้าไปอยู่สำนักของท่านอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ นี้อาตมาเห็นผล เพราะได้ดูการเคลื่อนไหวของท่านอาจารย์ใหญ่มั่นการลุกเหินเดินนั่งพูดจา กิริยาพาที ส่วนภายนอกมันประจักษ์เพราะหูเราฟังได้ ตาเรามองเห็นได้ แต่ส่วนจิตใจของท่านไม่มีอะไรที่จะเข้าไปมองได้ แต่ก็มองถึงส่วนแสดงออกทางกายและวาจา ที่แสดงให้เราเห็นให้เราได้ยิน แต่ส่วนนี้มันก็มาจากใจ คล้ายกันกับว่าถึงแม้เราจะมองส่วนภายนอกมันก็ทำให้มองเข้าไปถึงใจได้ เพราะใจของท่านดี ใจของท่านปราศจากอาสวกิเลส ๆ ไม่ได้กระตุ้นใจ คือ ความรู้สึกทางด้านใจของท่านให้เป็นไปตามระบบของกิเลสได้ หมายความว่ากิเลสตัณหานี้ไม่มีทางที่จะบังคับจิตของท่านอาจารย์มั่นให้เป็นไปตามรูปของมันได้ ท่านอาจารย์มั่น มีกระแสจิตเป็นไปตามธรรมมีธรรมเป็นสิ่งนำพา ญัตติเข้าสู่ธรรมตลอดเวลา เพราะฉะนั้น การแสดงออกทางร่างกายและวาจาของท่าน จึงเป็นไปตามรูปเดียวกันคือว่ามีธรรมเครื่องเป็นอยู่ตลอด อาตมาได้เห็นแล้วก็พยายามดำเนินตัวเองให้เป็นไปตามรูปของท่าน ถึงแม้ว่าจะไม่มีความสามารถกระทำได้ดี ละเอียดลออทุกอย่าง ยังน่าภูมิใจเพราะว่าเราได้เห็นถึงแม้ว่าไม่ได้เห็นพระอริยเจ้าในยุคสมัยพุทธกาลก็ตาม เห็นท่านอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทัตตเถระ ที่ท่านเป็นอริยบุคคล ในยุคสมัยนี้ ซึ่งอาตมาเกิดมาทัน ได้เห็นการแสดงออกภายนอกทางกาย และวาจา ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามองด้วยตาและได้ฟังด้วยหู พิจารณาแล้วว่าท่านแสดงออกทุกิริยาอาการทุกบทบาท มีอะไรเป็นสิ่งนำพากันแน่ 

สรุปแล้วก็มีธรรมเป็นสิ่งนำพาตลอดเวลา กิเลสไม่มีทางที่จะนำพาไปได้ เพราะฉะนั้น เป็นเหตุให้ปลื้มใจ มีความปีติในใจเป็นอย่างมาก สำหรับที่ได้ไปเห็น ที่พูดก็อยากจะให้เข้าใจว่า สำหรับพวกเราแสวงหาครูบาอาจารย์และผู้ประพฤติธรรมที่ดีแล้วเพราะเราจะได้เห็นตัวอย่างจากผู้ประพฤติธรรมทั้งหลาย ว่าผู้ประพฤติธรรมทั้งหลายมีมารยาทการแสดงออกอย่างไรบ้าง เรียกว่าผู้ประพฤติธรรม และพระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ก็ดี ผู้ประพฤติธรรม ท่านมีบทบาทแสดงออกอย่างไรบ้างทางกาย ทางวาจา และจิตใจ เราก็ได้พิจารณา สรุปได้ความว่าการแสดงออกของผู้ประพฤติธรรมคืออย่างนี้ เราก็จะได้ดำเนินตัวของตัวเราให้เป็นไปตามรูปของท่าน นี่เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น เราผู้มุ่งหวังที่จะอบรม กาย วาจา และจิตตัวเองให้ดี เราก็ควรที่จะไปมาหาสู่หมู่คณะผู้ประพฤติธรรมเสมอ นี่ดีแล้วถูกต้องแล้ว และบรรดาพวกท่านทั้งหลายที่มานี้ เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ 

ขอให้พวกเราจงพยายามกระทำให้เสมอไปเถิด ทีนี้ส่วนอุบายวิธีที่จะเราดำเนินให้ดีนั้นก็ต้องหาเหตุผลต่าง ๆ มาช่วยกระตุ้นและเตือนตัวเอง คือ เหตุผลนั้นในเบื้องแรกเราก็ต้องหาอุบายวิธี สร้างสติด้วยการทำสมาธิ เช่น การนั่งทำสมาธิกำหนดลมหายใจเข้า-ออก ที่ปลายจมูกใช้บริกรรมภาวนาประกอบ หายใจเข้า พุท หายใจออก โธ  พุทโธ ๆ ๆ ด้วยอุบายวิธีที่กระทำก็ต้องการอยากจะให้ทดลองสติว่ามีความสามารถปกครองความรู้สึกของตัวเอง ให้อยู่ในอำนาจของสติที่เรากำหนดบังคับนี้หรือไม่ อยู่ที่จุดเราตั้งไว้ที่ปลายจมูกหรือไม่ ถ้าจิตของเราหากไปเกาะอารมณ์สัญญาภายนอกด้วยการเผลอไปเราก็กำหนดใหม่ พุทโธ ๆ ให้ทำอย่างนี้เสมอไป ถ้ามันเหนื่อยเราก็นอนตะแคงขวา เอามือขวาซ้อนไปที่แก้มเอามือซ้ายวางราบไปตามตัว แล้วก็กำหนดอย่างเดิมนั่นแหละ ที่ปลายจมูกพุทโธ ๆ อยู่เรื่อย แต่ไม่ออกเสียงนะ พุทโธ ๆ เรื่อยไป  มันหลับก็หลับไป ตื่นขึ้นมาก็พุทโธ ๆ ใหม่ 

มันเหนื่อยเราเดินจงกรม อย่างที่อธิบายสู่กันฟัง พอไปถึงทางเดินกรม ทางที่เราจะเดินยาวประมาณ ซัก ๒๕ ก้าว หรือว่ามันยาวสั้นเข้ามาก็ได้ ถ้ามันสั้นนักยาวออกไปก็ได้ ตามแต่สถานที่หรือตามแต่ถนัด เสร็จแล้วยืนตรง ประนมมือ พุทโธ ธัมโม สังโฆ ๆ ๆ เสร็จก็วางมือลงไป เอามือซ้ายวางก่อน เอามือขวาวางเกาะหลังมือซ้าย เดินก้าวขาขวา เดินก้าวขาขวาไป พุท ก้าวขาซ้ายไป โธ พุทโธ ๆ อย่าช้านักอย่าเร็วนักพอถึงจุดทางโน้นเสร็จยืนนิดหน่อย เวียนขวาก็หันทางขวา ให้ตรงมาถึงทางเดินจงกรม ยืนนิดหน่อยก็ก้าวลง พุทโธ ๆ จนไปถึงทางโน้น เวียนทำอย่างนี้เสมอ โดยอุบายวิธีก็ต้องการอยากจะให้จิตของเรานี้ อยู่ในอำนาจของตัวบังคับตัวสั่ง เมื่อเราเหนื่อยแล้วเราก็ยืน หลับตาก็ได้ลืมตาก็ได้ ทำมือเหมือน ๆ กับเดินจงกรม และก็กำหนด พุทโธ ๆ เรื่อยไป อยู่อย่างนั้น 


หรือหากในเมื่อเราทำงานทำการก็ดีหรืออ่านหนังสือก็ดี ก็ขอให้มีสติ คุมรับรู้อยู่ในงาน อย่าไปทำให้เป็น ๒ หน้า เช่นงานอันนี้ต้องให้สมบูรณ์เต็มสมบูรณ์เลย ไม่ให้มีแบ่งส่วนไปทางไหนเลย แต่ใจไปคิดอันนู้นไม่เอา ต้องให้สมบูรณ์คือว่าให้เต็มสมบูรณ์เลย ไม่ให้แบ่งส่วนไปทางไหนเลยให้ทำอย่างนี้ แล้วก็พุทโธ ๆ อยู่ โดยวิธีแล้วก็ต้องการจะให้สติสัมปชัญญะนี้สมบูรณ์ เพื่อหาอุบายวิธี ที่จะมาป้องกันจิตของเรา ไม่ให้รั่วไหลเป็นไปตามรูปของสิ่งกระทบ คือเหตุการณ์ โดยจุดประสงค์ของเรา ขอให้ตั้งใจเอาไว้อย่างนี้ 


ที่นี้ต่อจากนั้นไป หากในเมื่อเราไป ณ สถานที่ใด เราก็พยายามฝึก การลุกขึ้นมันเผลอตัวไหม การนั่งลงเผลอตัวไหม การลุกขึ้นทำอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับ เพศ วัย ฐานะ การนั่งลงจะทำอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับ เพศ วัย ฐานะ เราก็พยายามดูครูบาอาจารย์และหมู่คณะผู้ประพฤติธรรม ลุกอยางไร นั่งอย่างไร ซึ่งตัวอย่างที่ดีที่สุดนั่นแหละ เราก็พยายามจัดตัวของเราให้เป็นไปตามรูปนั้นเสมอ ให้จนชิน ให้จนชำนาญ อาศัยสติสัมปชัญญะ ตัวประคองจิตให้อยู่ในอำนาจของมันนี่ให้ไวที่สุด เอามาจับมาแต่งตรงนี้ ตลอดการหยิบของ การวางของ อะไรต่ออะไรต่าง ๆ ตลอดมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ก็บังคับให้เกิดมีความรู้สึกให้มันชัดในสมอง ว่าอันนี้ควร ดีหรือไม่ดี มันไม่ได้ก็รีบพยายามเข้าไปแก้ไขอะไรเหล่านี้ พยายามฝึกและบังคับตัวเองอย่างนี้เสมอไป 


ทีนี้เมื่อเหตุการณ์มันเกิดปรากฏขึ้น เช่น เขาด่าเรา เราจะทำอย่างไร เราก็ต้องพยายามใช้อำนาจตัวนี้ ตัวที่เราสร้างขึ้นมาบังคับไว้ก่อน คือว่ากระตุ้นไว้ก่อนอย่าให้เป็นไปตามเหตุการณ์ แล้วถึงใช้บทวิจารณ์เพื่อหาเหตุผลมาแก้ให้เป็น เราเป็นลูกศิษย์ของครูบาอาจารย์ เมื่อเขาด่าเรามา เราด่าเขาตอบ ความเสียหายจะเท่าไร มันเสียหายถึงครูบาอาจารย์และศาสนาด้วย มันเสียหายไปจนกระทั่งคุณพ่อคุณแม่ หรือชาติโคตรตระกูลของเราด้วย มันไม่เฉพาะเราคนเดียว เพราะฉะนั้น ไม่สมควรที่เราจะต้องตอบเขาด้วยกิริยาแบบนี้ นี่เป็นอย่างนั้น ถ้าเรามีช่องทางที่จะแก้ไขได้หรือเรามองเห็นว่าพอที่จะแก้ไขได้ แต่ในเมื่อจิตของเราสงบแล้ว ไม่โกรธ ไม่เป็นไปตามรูปของเหตุการณ์แล้ว เราก็หาวิธีพูดให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าเราไม่มีช่องทางที่จะพูด ก็เฉย นิ่งเสียดีกว่า เพราะพระพุทธเจ้าผู้พระบิดาพระองค์ทำแบบนั้น และก็สอนพวกเราอย่างนั้น 


ที่นี้เมื่อมีเหตุการณ์อย่างอื่น เราก็พยายามหัดคิดอย่างนี้เสมอ เพื่อจะเอาเหตุผลต่าง ๆ มาเพื่อบังคับจิตหรือประคองจิตของเรา ให้อยู่ในคำที่เรียกว่าปกติ นี้เสมอ ไม่ให้เป็นไปในทางที่บาป สิ่งใดที่มันปรากฏขึ้น จะชวนให้เราดีใจ เช่น เขาชมเรา ปรากฏจิตใจมันฟู ลอยขึ้นมา เราก็หาเหตุผลมาให้ โลกนี้ก็แค่นี้เอง มันมีสรรเสริญกับนินทาคู่กันอยู่ ถ้าเราหลงในทางสรรเสริญแล้ว นินทาเราก็ไม่ต้องการเมื่อนินทามันเกิดขึ้นมาแล้วมันก็เศร้าหมองอะไรเหล่านี้เป็นต้น เราก็หาเหตุผลเตือนอยู่เสมอ 


เพราะเหตุนั้น เหตุการณ์ใดที่ปรากฏ ที่เราได้ประสบมันกำลังเผชิญกันอยู่ เราก็พยายามน้อมนึกถึงพระพุทธเจ้าผู้พระบิดา พระองค์เป็นอัจฉริยมนุษย์ ท่านเป็นผู้ดีจริง ถึงขนาดท่านเป็นลูกชายใหญ่ของกษัตริย์ ถ้าเรามองดูแล้วในยุคสมัยโน้น ปกครองแบบราชาธิปไตยมีอำนาจยิ่งใหญ่มากแต่ในหลักพระพุทธเจ้าสัพพัญญูพุทธะองค์นี้ที่พวกเราได้ทราบ ถึงแม้จะมีเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งไม่สมควรที่พระองค์จะต้อง หรือพูดกันง่าย ๆ มองดูตามเหตุการณ์ที่ปรากฏแล้ว ไม่น่าพระองค์จะยับยั้งได้เลยแต่พระองค์ก็หาวิธียับยั้งตัวเองโดยวิธีที่แนะนำให้นี้พระองค์ก็สามารถที่รู้เท่ากับสิ่งที่ได้ประสบอยู่นั้นจนถี่ถ้วนและละเอียดลออ จนมองเห็นว่า อันนี้มันเป็นกฎธรรมดาของโลก หรือสภาพของโลก มันก็มีอยู่แค่นั้น รู้เท่าวาระนั้นทั้งหมด จิตของพระองค์ ไม่แสดงต่อแม้แต่นิดเดียว 


เรียกว่าปรกติอยู่ซึ่งผู้พระบิดาบรมครูของพวกเรา พระองค์ก็หาเหตุผลมาแก้ไขจิตของพระองค์ให้ปรกติต่อสิ่งกระทบทั้งด้านดีและด้านชั่วเขาชมเชยหรือสรรเสริญหรือตำหนิเหล่านี้เป็นต้น พระองค์ก็มีอุบายวิธีแก้ไข จนเป็นปรกติอยู่ตลอดเวลาพวกเราก็สมควรต้องนึกถึงอุบายวิธีที่พระองค์ดำเนินซึ่งผู้พระบิดาของเราดำเนินมาแล้วควรที่จะอายพระองค์บ้างว่าเราผู้ถวายตัวเป็นลูกของพระพุทธเจ้านี้ เหตุการณ์อันนี้ปรากฏขึ้นเมื่อเป็นไปตามรูปของเหตุการณ์นี้ เขาชวนให้เราทะเลาะกันก็ดีเหล่านี้เป็นต้น เราก็ควรจะน้อมนึกถึงพระองค์ว่า ผู้พระบิดาของพวกเรา พระองค์ดีจริงเป็นอัจฉริยมนุษย์ซึ่งตามความเป็นมา ของพระองค์แล้วว่าพระองค์ไม่ได้ใช้วาทะรุนแรงตอบบุคคลที่มีวาทะที่รุนแรงต่อพระองค์ บุคคลที่มาสรรเสริญเยินยอพระองค์พระองค์ก็ไม่หยิ่งผยอง พระองค์ก็ปกติอยู่เช่นกัน เพราะฉะนั้นผู้พระบิดาของพวกเราเป็นอย่างนี้สมควรแล้วหรือที่เราผู้ถวายตัวของเราให้เป็นลูกของพระพุทธเจ้า ที่จะมาแสดงบทบาทต่อเหตุการณ์อันที่รุนแรงอย่างนี้ให้เป็นไปตามรูปของเหตุการณ์ อันนี้เป็นเพียงแค่กฎธรรมดาของโลกเท่านั้น เราก็ควรจะหาอุบายวิธีมายับยั้งจิตแล้วก็น้อมนึกถึงพระพุทธเจ้า 


อีกว่าเมื่อหากเราปล่อยให้กิริยาอาการเป็นไปตามรูปของเหตุการณ์แล้วผลเสียไม่เฉพาะเราเสียเนื่องไปถึงพระบิดาของเราคือพระพุทธเจ้าผู้บรมครูและเสียถึงครูบาอาจารย์ของเราด้วยเสียถึงหมู่คณะผู้ประพฤติธรรมร่วมกันด้วย เสียถึงชาติโคตรตระกูลของเราด้วย ความเสียหายมันเนื่องกันไป ไมมีที่สิ้นสุดเพราะมันเหมือนลูกโซ่เราต้องหาอุบายวิธีมาห้ามปรามจิตของเราให้อยู่ในคำที่เรียกว่าปรกติ ไม่หวั่นไหวเป็นไปตามเหตุการณ์ที่ปรากฏที่กระทบอยู่เมื่อพวกเราเห็นสาวกหรือลูกชายลูกหญิงของพระพุทธเจ้ากระทำได้อย่างนี้พวกเราก็เรียนกว่าผู้บรรลุนิติภาวะในทางธรรมเป็นผู้มีกำลังของธรรมที่สร้างขึ้นมาสมบูรณ์ ไว้ดีแล้วไม่ปล่อยให้จิตของเรารุนแรงเป็นไปตามเหตุการณ์ เราต้องเป็นเราเองมีอิสระในตัวอาศัยเหตุการณ์เป็นสิ่งนำพาเข้าสู่ระบบของมันอยู่ตลอดเวลา ดีชั่วชั่วดีก็เป็นอันว่าเป็นไปตามรูปของมันอยู่ตลอดเวลาแปรว่าเราไม่ได้เป็นตัวของเราเองอาศัยเหตุการณ์นำพาทุกสิ่งทุกอย่างดีชั่ว ชั่วดีเป็นไปตามรูปของเหตุการณ์ตลอดเวลา 


อันนี้เรียกว่าผู้ไม่มีอิสระในตัวผู้เป็นทาสของกิเลสตัณหา เป็นทาสของอารมณ์แต่หากในเมื่อพวกเราผู้สร้างกำลังส่วนนี้สกัดกั้นไม่ให้จิตของเราเป็นไปตามรูปเหตุการณ์อันนั้นได้แล้วเราเป็นตัวของเรามีอิสระในตัวของเราสามารถพูดได้ว่าเราเป็นไท ไม่ใช่ทาสหรือจะเปล่งอุทานออกมาดัง ๆ ได้ว่า ชิตังเม ชิตังเม เราผู้ชนะ คือ ชนะอะไร ชนะเหตุการณ์และอารมณ์อันที่จะทำให้เราเสียหายเป็นไปเพื่อความสกปรกเดินต่อสายใยของภพชาติ หรือสืบต่อภพของจิต เราก็สามารถจะเปล่งอุทานว่า ชิตังเม เราผู้ชนะในเหตุการณ์อันนี้ได้แล้วจิตของเราไม่ต่อภพได้แล้ว ไม่ได้เป็นไปตามรูปของเหตุการณ์แล้ว เราชนะแล้วเราสามารถเปล่งอุทานออกมาได้ สมกับว่าเราเป็นลูกของพระพุทธเจ้าเป็นลูกศิษย์ของครูบาอาจารย์ เป็นผู้มุ่งดี หวังดี เมื่อเราทำได้อย่างนี้นั้น 


ที่สุดแล้วแดนอมตมหานฤพาน ผู้พระบิดาและพระอริยชนที่ท่านไปอยู่ เราจะเข้า ไปอยู่ในแดนอันนั้นได้แน่นอน ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วไม่มีโอกาสจะไปได้ เพราะแดนอันนี้ไม่ยอมรับบุคคลที่ตกอยู่ใต้อำนาจของอารมณ์ หรือกิเลสหรือตกอยู่ใต้อำนาจของเหตุการณ์ บุคคลที่ไม่มีอิสระในตัวปล่อยให้เหตุการณ์และอารมณ์นำพาให้เป็นไปตามรูปของเหตุการณ์และอารมณ์อยู่ตลอดเวลานั้นไม่สมควรที่จะต้องเข้าไปสู่แดนอันนี้เพราะมิใช่ผู้บรรลุนิติภาวะในทางธรรม เป็นคนอ่อนที่สุดในทางธรรม นี้เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นพวกเราผู้เป็นสาวกสาวิกาของพระพุทธเจ้าผู้มุ่งดีผู้หวังดี จงพยายามหาอุบายวิธี ทำสมาธิจิตให้เป็นไปตามรูปดังกล่าว 


แล้วเอากำลังส่วนนี้มาช่วยดังกล่าว แล้วพวกเราจะได้ดำเนินก้าวเข้าไปสู่ความหมดจด เป็นผู้มีอิสระในตัว เป็นผู้ที่เรียกว่าเป็นตัวของตัวเอง ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของกิเลสตัณหา ไม่ให้จิตต่อภพ เป็นไปตามสายใยของภพและหลงในมโนภาพของกิเลสหรือตัณหาที่มันสร้างขึ้นมาให้เราหลง พวกเราจะได้รู้เท่าหมดทุกกิริยาอาการ นี่เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นนี่แหละขอฝากเหตุผลอันนี้ให้ไปคิดพิจารณา 


หากในเมื่ออุบายวิธีอันนี้ถูกต้องแล้ว ตามหลักลัทธินิยมทางพระพุทธศาสนา เป็นไปตามสายทางของพระพุทธเจ้า เป็นการเจริญรอยตามยุคลบาทของพระองค์ถูกต้องแล้ว ก็ขอให้พวกเราจงพยายามดำเนินตามแล้วพวกเราจะได้มีความสุขความเจริญต่อไป


ในที่สุดยุติลงแห่งการให้อุบายวิธีในวันนี้นั้น อาตมาภาพขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย แก้วทั้งสามจงมาคุ้มครองอภิบาลพวกเราที่กล้าเสียสละเพื่อประพฤติความดี อย่างที่เห็นอยู่นี้ จงได้ประสบแต่ความสุขความเจริญ ภัยพิบัติอันตรายอย่าได้เกิดมีมา อาตมาอธิษฐานถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพรที่ให้ไปนี้ จงสำเร็จ จงสำเร็จ จงสำเร็จ ในพวกท่านทั้งหลายจงทุกประการ เทอญฯ
------------------------------------
ไม่อนุญาติให้นำไปพิมพ์จำหน่าย แต่เผยแพร่เป็นธรรมทานได้

บุญนำใจ
๑๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘
ที่มา http://maditation13.blogspot.com/?view=timeslide 

กูรู (Google GURU) ปิดตัวไปแล้วนะรู้ยัง

  วันนี้เข้าไปหน้า กูรู (Google GURU) http://guru.google.co.th เจอข้อความนี้  "ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม "

หากท่านใดเคยใช้เว็บ กูรู ของ google จะเป็นที่ให้ตั้งคำถามต่างๆ ได้ เช่นค้นหาจาก Google แล้วไม่เจอ ถาม "กูรู" ไหม พอเราถามไป ก็จะมีคนมาตอบคำถามให้ อาจจะได้คำตอบบ้าง ไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการบ้าง 55 จะมีระดับคะแนนบอกว่าเราช่วยตอบ หรือตั้งคำถาม หรือมีคนให้คะแนนเรา ส่วนตัวผม ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไร 
Read more > http://www.whoknown.com/2014/06/google-guru-23657.html#ixzz3wrZwWaRo

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559

ธนาคาร จิตอาสา ร่วมด้วยช่วยกันทำบุญด้วยเวลา "สิ่งที่มีค่ามากที่สุด"

ฟังธรรมพระท่านสอน ท่านพุทธทาสภิกขุ




















นิยายธรรมะ หลวงพ่อจรัญ







ต้องการผู้ร่วมแสวงบุญ คุณสมบัติ อ่านบทความแล้วเข้าใจ

ติดต่อ คุณน้ำหวาน  02-4371443 ถามหา LionKing.....แล้วคุณจะไม่ต้องอยู่ในอ่างอีกต่อไป

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559

เล่นหุ้น เริ่มอย่างไรให้ถูกวิธี EP4 เดินทางผิดเพราะตามผิดคน

                     ในที่สุดเราก็มาถึงจุดเริ่มต้นของการเล่นหุ้นที่ทุกคนอยากรู้กัน ว่าวิธีเล่นหุ้นเล่นอย่างไร เริ่มยังไงต้องอ่านจากที่ไหนต้องอ่านหนังสือของใคร ทำอย่าไรให้ถูกวิธี ในบทความที่มีชื่อว่า เล่นหุ้นเริ่มอย่าไรให้ถูกวิธีตอนที่3
                มีชื่อตอนว่า เลือกทางผิดเพราะตามผิดคน ตามผิดคนตอนไหนไม่มีใครรู้  จนกว่าวันที่เราเดินทางถึงจุดหมาย แล้วเราถึงจะรู้ว่า ที่ผ่านมาเราเดินผิดทาง ไม่มีใครรู้เลยว่าหนทางที่เรากำลังเดินอยู่ถูกต้องหรือเปล่ามีเพียงวิธีเดียวที่เราจะหาคำตอบให้กับตัวเองได้คือการพิสูตรเส้นทางที่เราได้เลือกเดิน แล้วเราก็เดินตามกันไปเรื่อย เดินตามคนที่เราเรียกว่าผู้แนะนำเนื่องจากเขาเริ่มออกเดินก่อนเราหลายก้าวเป้าหมายของการเดินทางในครั่งนี้คือ ความสำเร็จเมือมีจุดมุ่งหมายเดียวกันจะร่วมทางด้วยกันได้ผู้แนะนำคือเพื่อนเดินทางคนแรกของเราสาเหตุที่เราทุกคนเดินตามผู้แนะนำได้อย่างมั่นใจเกิดจากความไว้วางใจและความเชื่อใจในตัวผู้แนะนำที่เรากำลงเดินตามมีใครสงใสบ้างใหมว่าครูของเราเดินใช้ความรู้จากที่ไหนในการเดินทาง อะไรคือสิ่งที่แนะนำให้ผู้แนะนำของเราเลือกใช้เส้นทางนี้ อะไรคือสิ่งที่บอกว่าทางเลือกของผู้แนะนำของเราถูกต้อง  ทุกคนรู้หรือไม่ว่าครูก็เรียนรู้ทุกอย่างมาจากผู้แนะนำมาอีกที ในปัจจุบันมีความรู้ที่เราไม่รู้ว่าถูกปิดเป็นความลับอยู่ทุกที่ เราไม่มีทางทราบได้เลยว่า ความรู้ของผู้แนะนำที่นำมาส่งต่อให้พวกเราเป็นเรื่องที่ถูกต้องทั้งหมดหรือไม่ สิ่งแรกที่เราต้องแน่ใจสามารถตอบกับตัวเองได้ว่าผู้แนะนำที่เราเลือกถูกคนเรา ถึงจะได้รับความรู้ที่ถูกต้องและเดินทางไปสู่ความสำเร็จที่เราตั้งเป้าไว้ได้อย่างวางใจโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังกังวลว่าระยะเวลาในการเดินทางที่ใช้จะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เนื่องจากเราทุกคนต้องแข่งกับเวลาในการดำรงชีวิตไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะมีแรงเดินต่อได้อีกนานแค่ไหนเราจึงต้องมองหาผู้แนะนำที่คิดว่าถูกต้องที่สุดคนที่มันใจได้ว่าผู้แนะนำที่เราเลือกจะพาเราเดินไปถูกทางและสามารถแนะนำเส้นทางที่เราจะวิ่งไปสุ่ความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เราทุกคนคิดว่าชีวิดเราเลือกที่เกิดไม่ได้จึงต้องมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ ที่ไม่ได้เลือก ถ้านั้นไม่ใช้ความจริงละถ้าเราสามารถเลือกเองได้ลองคิดชีวิตทุกวันนี้เราเป็นคนเลือกเองตั่งแต่ก่อนเกิดทุกการเดินทางมีทางเลือกเสมอหากเราเลือกไม่เกิดหรือไม่จุติ ชีวิตของเราจะอยู่ที่จุดเริ่มต้นตลอดเวลา ต้องเห็นภาพผู้คนหลงทางผ่านจุดเดิมไม่มีจุดสิ้นสุดทุกคนเดินผ่านจุดเริ่มต้นเป็นที่เราหยุดนิ่งไม่เคยเริ่มต้นซึ่งเราไม่เข้าใจว่าพวกเขาทุกคนต้องการเดินทางไปใหน การเริ่มต้นชีววิตคือการแข่งขันเราทุกคนมีเป้าหมายที่ไม่เหมือนกันและต้องการไปถึงจุดหมายเป็นคนแรกและมีคนบางส่วนมีเป้าหมายเดียวกับเราในการเดินทางอยู่ที่เราเลือกจะเดินไปพร้อมพวกเขาหรือจะวิ่งแซงคนอื่นไปเพียงคนเดียวและในขณะเดียวกันเราไม่สามารถแซงผู้นำได้ผู้นำจะทำหน้าที่บอกทางคุณและให้คำแนะนำสำหรับการเดินทางว่าสัมภาระชิ้นไหนมีความจำเป็นต้องใช้ในการเดินทางระวางทางต้องเจอกับอันตรายจากอะไรบ้าง คงต้องใช้เวลาศึกษาข้อมูลและคำแนะนำจากประสบการณ์ของผู้แนะนำ เพราะผู้แนะนำได้เดินผ่านเส้นทางนี้มาก่อนเราเสมอ เมือถึงเวลาที่เราพร้อมสำหรับการออกเดินทางผู้แนะนำจะบอกกับเราเองว่า ขณะนี้ทุกอย่างพร้อมออกเดินทางแล้ว ในระหว่าทางผู้แนะนำจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางใหนในการเดินทางครั้งนี้คือทิศทางทีถูกต้องแล้วการเดินทางก็เริ่มต้นผ่านระยะเวลาอันยาวนานพบเจออุปสรรคในการเดินทางมากมายผู้นำสามารถพาเราผ่านอุปสรรคทุกอย่างมาได้อย่างปลอดภัยแล้วสุดท้ายวันหนึ่งผู้นำก็พาเรามาพักที่หนึ่งเพื่อตรวจเช็กสัมภาระว่ามีความพร้อมหรือไม่ในขณะที่เราไม่ได้ทำอะไรทันใดนั้นเองเราก็ได้รู้ว่าที่นี้คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางวันแรกเมือหันไปเพื่อสอบถามผู้นำของเราว่าทำสิ่งใดอยู่ทำให้เราเห็นว่าผู้นำกำลังให้คำแนะนำกับผู้มาใหม่ หลังจากเดินทางตามผู้นำมาเป็นระยะเวลานานสุดท้ายต้องกลับมที่จุดเริ่มต้นเกิดจากอะไรเพราะเวลาที่เสียไปเราไม่สามารถย้อนกลับมาได้ สาเหตุเกิดจากเราไม่เข้าใจผู้นำไม่มีความรู้แบบผู้นำอันดับแรกเราต้องเข้าใจว่าผู้แนะนำสอนทุกอย่างได้แต่ไม่สามารถพาเราไปถึงเป้าหมายได้เพราะผู้นำไม่รู้ว่าเป้าหมายของเราอยู่ที่ไหนผู้นำมีหน้าที่เพียงเตรียมความพร้อมให้เราในการเดินทาง การเลือกเป้าหมายนั้นเราจะต้องเป็นผู้กำหนดเองไม่มีใครทราบได้เลยว่าเป้าหมายในการเดินทางของเราอยู่ใหนในปัจจุบันนี้ เราทุกคน ทำการเลือกหรือกำหนดเป้าหมายก่อนจึงทำให้เราไม่มีความชำนาญในสิ่งที่เลือกเมิ่อรับความรู้จากการถ่ายถอดเพียงอย่างเดียวแล้วนำไปปฏิบัติจึงไม่สามารถเกิดความชำนาญและความถนัด หารเราทุกคนสามารถค้นหาผู้แนะนำที่สามารถแนะนำในเรื่องที่เราต้องการรู้ผู้แนะนำท่านนั้นจะทำให้เราเดินทางถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างรวดเร็วกว่าคนอื่นและไม่จำเป็นต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ตลอดเวลาเป็นการประหยัดเวลาการเดินทางของเราทำให้เราสามารถตามผู้ที่ออกเดินทางก่อนทัน หากต้องการทราบว่าครูผู้แนะนำของคุณอยู่ที่ใหนสามารถติดต่อสอบถามได้ที่บล็อกของเรา 

เล่นหุ้น เริ่มอย่างไรให้ถูกวิธี EP3 เหตุที่ต้องหาทุนใน " ตลาดหลักทรัพย์ "

                    จากบทความตอนที่1 และ ตอนที่2 พูดถึงที่มาของตลาดหลักทรัพย์ หรือ ที่คนทั่วไปมักรู้จักในชื่อ ตลาดหุ้น  พูดถึงความจำเป็น ที่ต้องมี ตลาดหลักทรัพย์นั้น เพื่อเป็นการเพิ่มทุนให้กับ องค์กรธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ บทนี้จะอธิบายว่า ใคร คือ ผู้ที่เข้าไปเพิ่มทุน ให้ธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์  โดยวิธีระดมทุน  จะเกิดต่อเมื่อ บุคคลทั่วไปนำเงินไปลงทุน ในกิจการชนิดใดชนิดหนึ่ง เราสามารถเรียกธุรกรรมประเภทนี้ว่า การขอซื้อหุ้น แล้วเหตุใด เจ้าของกิจการจึง ต้องขายหุ้นให้เรา นั้น เพราะ เรา คือบุคคลทั่วไปที่มองหาช่องทางในการลงทุนธุรกิจ  เนื่องจากทุกคนมีแนวคิดเริ่มต้นที่เหมือนกัน นั้นคือ ทำงานหาเงินมาลงทุนในกิจการประเภทใดประเภทหนึ่งอยู่ตลอดเวลา ท้ายที่สุดทุกกิจการก็จะประสบปัญหาเดียวกันคือ ทุนไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน ซึ่งทำให้ธุรกิจประสบปัญหา หากทุกคนมองว่าควรจะใช้ความสามารถของเราคนเดียว เพื่อ บริหารกิจการ ด้วยต้นทุนที่เรามี   ในระยะยาวจะไม่สามารถต่อสู้กับคู่แข่งที่จับมือกัน เพื่อระดมทุน และวิธีง่ายๆ ในการได้มาซึ่ง เงินทุนของธุรกิจ  คือ การขายหุ้น ขายความเป็นเจ้าของ ซึ่งผู้ที่เข้าไปซื้อหุ้นจะได้ส่วนแบ่งปันผลจากอัตราการถือหุ้นของกิจการนั้นๆ สถานที่สำคัญในการระดมทุน คือ ตลาดหลักทรัพย์ ที่เปิดให้มีการซื้อขายหุ้นโดยที่ไม่ต้องกังวลถึงความเสี่ยงในการถูกโกงเงินทุน และ เพิ่มความมั่นใจว่าเราจะได้กำไรจากการปันผลเมื่อธุรกิจมีกำไรอย่างแน่นอน ได้รับการปกป้องคุ้มครองสิทธิด้วยกฎหมาย จากการร่วมมือกันในแต่ละครั้งของโลกธุรกิจ จะต้องมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง  เราไม่สามารถแน่ใจได้เลยว่าเจ้าของกิจการที่นำเงินเราไปจะจ่ายผลตอบแทนให้กับเราหรือไม่ จึงเป็นเรื่องยากที่เราจะสามารถ เชื่อคำพูดของใครได้ เนื่องจากมีกรณีการขัดผลประโยชน์หรือ เจ้าของกิจการมีกำไรแล้วไม่จ่ายเงินปันผลเกิดขึ้นเป็นประจำ ทำให้ผู้ลงทุนมีความเสี่ยงสูง จึงมีการจัดต้งตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเพิ่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้ลงทุน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ถูกเจ้าของกิจการหลอก ด้วยวิธีการที่ถูกเรียกว่า การปั่นราคาหุ้นเพื่อให้ผู้ลงทุนหลงทางในการซื้อขายหุ้น   นักลงทุนหรือที่ทั่วไปเรียกว่า นักเล่นหุ้นเ ก่อนจะทำการซื้อขายหุ้น จะต้องทำการค้นคว้าหาข้อมุลต่างๆ ของธุรกิจที่เราสนใจ  จากแหล่งข่าวที่ชื่อถือได้และ คอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เมื่อได้ความรู้มา จึงทำการวิเคราะห์ถึงราคาหุ้นของกิจการน้้น  ทำให้สามารถ ลดอัตราเสี่ยงจาก 100 %    เป็น          50 : 50  หลังจากนั้นนำมาใช้กับหลักการวิเคราะห์ราคาหุ้น สิ่งเหล่านี้ มีการสอนในภาคทฤษฎี ทำให้ความเสี่ยงลดลงมาอยู่ที่ 70 : 30 ในเวลาที่ผู้ลงทุนตัดสินใจซื้อหุ้น คือ ช่วงจังหวะที่แน่ใจว่ามีความเสี่ยงน้อยที่สุด และ หากเป็นไปตามที่ ผู้ลงทุนคาดการไว้ก็จะสร้างกำไรเป็นจำนวนมาก  แต่ ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอ  ถ้าลอง วิเคราะห์กันว่าสาเหตุที่ ผู้ลงทุนตัดสินใจลงทุนผิดพลาดเกิดจากสาเหตุใด ก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง   ข้อมูลและทฤษฎีที่ ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์หุ้นนั้น ล้วนมาจากแหล่งข้อมูลเดียวกันด้วยการตั้งค่าให้มีมุมมองของความคิดให้ออกมาในรูปแบบเดียวกัน ในขณะที่ผู้ลงทุนใช้ทฤษฎีนี้ในการวิเคราห์ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆที่เกิดขึ้นกับธุรกิจ เจ้าของธุรกิจก็ใช้ทฤษฎีเดียวกันนี้ในการขายหุ้นให้กับนักลงทุน จึงเป็นเหตุให้นักลงทุนประสบปัญหาในการเล่นหุ้น เนื่องจากเจ้าของกิจการก็ใช้ทฤษฎีเดียวกันนี้ชี้นำ ในการคำนวนราคา ซื้อขาย หุ้นและ เจ้าของกิจการมีหลักทรัพย์มากกว่านักลงทุนรายเดียวหลายเท่านัก จึงทำให้ นักลงทุนไม่สามารถวิเคราะห์ราคาต่ำสุด ที่ควรเข้าซื้อและขายออกตามความเป็นจริงจากข้อมูลและทฤษฎีที่ได้เรียนรู้มา เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลราคาหุ้นในตลาดได้ ซึ่งเรียกว่าการปั่นหุ้นทำให้เกิดเหตุการณ์ ติดยอดดอยให้เห็นกันอยู่เป็นประจำ หากใช้หลักการ วิเคราะห์ข้อมูลราคาหุ้นที่อยู่ในช่วงขาขึ้นแล้วเข้าซื้อก็จะประสบปัญหาติดยอดดอย แต่ถ้ามองกลับกันวิเคราะห์ในช่วงตลาดขาลงให้ราคาของหุ้น ติดลบแล้วทำการเข้าซื้อในที่ราคาต่ำสุดก็คงไม่มีใครบ่นว่าประสบปัญหาในการติดบ่อทรายดูด เนื่องจากในขณะที่กิจการเกิดสภาวะวิกฤตต่าง ๆ เจ้าของกิจการต้องการทุนเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาหุ้นถูกลง แต่ผู้ลงทุนกลับคิดว่า มีความเสี่ยงมากกว่า แต่นั้นคือปัญหาของเจ้าของธุรกิจไม่ใช้ปัญหาของนักลงทุน นักลงทุนที่ดีต้องซื้อสินค้าในขณะที่สินค้ามีราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด เพื่อทำกำไรให้ได้มากที่สุด และ สินค้าที่ทำการซื้อขายกัน คือ จำนวนหุ้น ไม่จำเป็นต้องมองว่าธุรกิจกำลังแย่จะทำให้เราขาดทุน เราจะขาดทุนก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจดีหุ้นมีราคาสูง ต้องซื้อในราคาที่สูงกว่ามูลค่าจริงของหุ้นเ นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจการของหุ้นที่เราซื้อ มากจนเกินไปจนลืมนึกไปว่าสิ่งที่เราลงทุนซื้อมานั้นคือปริมาณหุ้นตามจำนวนทุนของเราทฤษฎีของนักการตลาดที่ดีต้องทำการขายในราคาแพงและซื้อในราคาที่คาดการณ์ว่าต่ำที่สุด สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเกิดจากความคิดว่าเราเป็นเจ้าของกิจการต้องขายหุ้นถ้าธุรกิจไม่ดี แต่นักลงทุนที่ดีจะต้องทำการเข้าซื้อในเวลาที่กิจการกำลังประสบปัญหาในภาวะขาดทุนทำให้สามารถเข้าซื้อในราคาที่ถูกกว่ามูลค่าได้  ให้ทุกคนลองสมมุติว่า ตลาดหลักทรัพย์ที่ขายหุ้นกัน คือ ตลาดนัดข้างบ้าน คุณคิดว่าใครคือผู้ที่กำหนดราคาของสินค้าในตลาด แน่นอนย่อมเป็นเจ้าของสินค้าและเจ้าของตลาดในขณะที่เจ้าของสินค้ามีส่วนการถือหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ด้วย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เรามีความสงสัยว่าข้อมูลที่ออกมาจากตลาดทำออกมาเพื่อใคร ยังมีเรื่องของหลักสูตรต่างๆที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลของราคาหุ้นในแต่ละวัน จัดทำมาเพื่อเราจริงหรือ แท้ที่จริงแล้วเป็นประโยชน์กับฝ่ายใหนมากกว่ากัน การจะเอาตัวรอดในตลาดหุ้นนั้น คุณต้องมีทักษะ หัวใจของนักการตลาด  มองด้วยสายตาของนักบัญชี  คิดด้วยสมองของนักลงทุน  และ ใช้ทฤษฎีที่ถูกต้องวิเคราะห์คาดเดาราคาหุ้น เพื่อซื้อขาย ให้ได้กำไร  หากสามารถทำได้ตามที่แนะนำคุณก็จะสำเร็จหลักสูตรสำหรับกุนซือในตลาดหุ้นได้อย่างแน่นอน  และ นี้คือตลาดหุ้น สนามรบของนักธุรกิจ สิ่งที่พวกเรากำลังสู้อยู่นี้คือการรวมกลุ่มเข้าด้วยกันของนักลงทุน  ถูกคิดระบบขึ้นมาเพื่อระดมทุนจากพวกเรา แล้วสิ่งที่เราทำ เรากำลังใช้พลังที่น้อยกว่าของคนเพียงคนเดียวสู้กับกองทัพที่มีจำนวนมากกว่าเรา เราขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่าหากต้องการความสำเร็จที่แท้จริง จะต้องไม่ถูกนักลงทุนจูงความคิด

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

คำถามที่คนฉลาดตอบไม่ได้

 รู้หรือไม่ คนประเภทใหน ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้

1. คนไม่มีความรู้   2. คนไม่ต้องการรู้
3.คนที่ไม่คิดอะไรเลยในชีวิต
4.คนที่เก่ง   5. คนที่ฉลาดสุด ๆ
6. คนที่อวดดีอวดเก่งสุด ๆ


ถาม  :  คำถามที่คนฉลาดตอบคุณไม่ได้คือ ?


ตอบ :  สิ่งที่คนฉลาดยังคิดไม่ออก คือ ปัญหาที่คนฉลาดก็แก้ไขไม่ได้ เหมือนกับปัญหาของคุณที่คิดหาทางออกไม่ได้แก้ไม่ได้สักที แต่มันก็ต้องมีคนรู้ ทุกปัญหาในโลกนี้ ขณะนี้บนโลกใบนี้ มีคนกำลังคิดอยู่กำลังแก้ไขปัญหาอยู่ด้วยกันทั้งนั้น แค่ทำใจให้สบายหาทางออกไม่ได้ก็ไม่ต้องไปคิดมัน มันมีคนคิดอยู่แล้วให้คุณทำสิ่งที่คุณทำได้และคุณสามารถที่จะทำมันให้ดีได้จะดีกว่า เราให้คนอื่นคิดแทนให้คนอื่นทำแทนคุณไม่ได้เพราะทุกคนมีมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้  และไม่มีใครสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ยิ่งมันไม่ใช้ปัญหาของคุณ แรงกระตุ้นในการแก้ปัญหามันจะน้อย

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559

เล่นหุ้น เริ่มอย่างไรให้ถูกวิธี EP2

             ในบทที่แล้วเราได้พูดถึง อะไรบ้าง คือ ปัจจัยหรือสิ่งที่ทำให้ ตลาดหุ้น เกิดขึ้น  ในบทที่สองเราจะคุยถึงในเรื่องของ   สิ่งที่มีความจำเป็นในการเล่นหุ้น ของบทความ เล่นหุ้น เริ่มอย่าไรให้ถูกวิธี เราจะพูดถึง สิ่งแรกที่ เราทุกคน ต้องให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง ในการดำรงชีวิตตลอดอายุของคน คนหนึ่ง นั้นคือเรื่องของ ทุนที่เท่าเทียมกัน ของแต่ละคน หากเราลอง นั้งลงคำนวนต้นทุนแรก ของพวกเราทุกคน นั้นคือ ระยะของเวลา ในการก้าวเข้าสู่ จุดเริ่มต้นแรก เพื่อทำให้เกิดจุดเริ่มต้นของโลกธุรกิจ  คือ    Owen business หรือ กิจการที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว  เราต้องใช้ ทุนด้านใดบ้าง และ มีปริมาณมากน้อยแค่ใหน ในการใช้ควาพยายามที่จะให้เราทุกคน ก้าว เพื่อผ่านพ้น  อุปสรรค ของ จุดแรก ไปให้ได้ และเมื่อเราทุกคนสามารถก้าวผ่านจุดนั้นมาได้แล้ว หลังจากนั้น เราจะต้องก้าวขึ้นไปสุดจุดที่สูงขึ้น ด้วยการเพิ่มปัจจัยเดียวกัน ด้วยจำนวนที่มากขึ้น โดยไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด ด้วยระยะเวลาที่ไม่ทราบแน่ชัด โดยไม่สามารถทราบได้ว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นจะ สร้างผลกำไรหรือมีการขาดทุน เป็นระยะเวลานานแค่ใหน เราต้องใช้ ระยะเวลา มากเท่าไรด้วยจำนวนทุนที่ เรามีอยู่เพียงน้อยนิดก้อนเดียว และเราสามารถใช้มันได้นานแค่ไหน  เราสามารถหาเหตุผลมาอ้างได้ว่า ทุกคนเกิดมามีปริมาณทุนไม่เท่ากัน หรือเราเลือกที่เกิดไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ พวกเรามีทุนเท่ากันตั้งแต่ วันที่เรามี ความรู้ และอะไรบ้างคือ สิ่งที่ชี้วัด ว่าพวกเราทุกคนมีทุนที่เท่าเทียมกัน หากจะกล่าวตามหลักการของ นักเศรษฐศาสตร์ ทุนหมายถึง ปัจจัยในการผลิตที่ใช้ใน การสร้างเศรษฐทรัพย์ หรือ บริการอื่น ๆ ที่มนุษย์เป็นผู้ผลิต และ ไม่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เศรษฐทรัพย์ และ บริการนั้น ๆ จะต้องไม่ใช่ตัวทุนเอง แม้ว่าทุนนั้น สามารถที่จะเสื่อมราคาลงได้ สินค้าประเภททุนยังสามารถรับ และ ส่งต่อใ้ห้กันได้ โดยใช้เงินหรือเงินทุนในการส่งต่อ ทุนนั้นไม่ได้จำกัดเฉพาะในรูปของเงินเพียงอย่าเดียว นอกจากนั้นหากกล่าวตามหลักทฤษฎีทางการเงิน และ ว่ากันตามหลักการของนักการบัญชี คำว่าทุนหมายถึงความมั่งคั่ง โดยเฉพาะความมั่งคั่งที่ใช้ในการเปิดกิจการ ทุนเป็น หนึ่งในปัจจัยในการผลิต ตามความสามารถในการรวมรวบข้อมูลของแต่ละบุคคล และยังมีปัจจัยอื่น ๆ รวมไปถึง ที่ดิน แรงงาน และองค์กร  ทั้งหมดนั้นคือการวิเคราะห์ ปัจจัยของทุน ทั้งด้านภายในและ ภายนอก

การบริหารจัดการ ในบางหลักสูตร เศรษฐทรัพย์ต่อไปนี้สามารถกล่าวได้ว่า อยู่ในรูปแบบของทุน
         ทุน   สามารถนำไปผลิต เศรษทรัพย์ สินค้า อื่นๆ หรืออะไรได้บ้างนั้นขึ้นอยู่กับ ปัจจัยใน
การผลิต ซึ่ง ถูกมนุษย์สร้างขึ้นมา โดยมีความแตกต่างจาก "ที่ดิน" ซึ่งหมายถึงปัจจัยในการผลิตที่เกิดขึ้น
เองตาม ธรรมชาติ เช่น พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ และ ทรัพยากรทางธรรมชาติ เช่น แร่ธาตุ
แต่สิ่งเหล่านั้น ไม่ได้ ถูกใช้ในการผลิตเป็นหลัก โดยสัมบูรณ์ ซึ่งทำให้มีความแตกต่างกับสินค้าที่อยู่ในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูป (ยกเว้นค่าเสื่อมราคา) ความหมายนี้ถูกนำมาใช้ กับ เศรษฐศาสตร์คลาสิกสมัยใหม่ ซึ้งมีข้อมูลที่น้อยมากใน การวิเคราะห์อย่างเป็นทางการในระยะยาว มีการแก้คำกำกวมโดยบอกว่า " ทุน เป็น หลักทรัพย์ชนิดหนึ่ง "

          การอธิบายก่อนหน้านี้ได้ชี้แจงว่าทุนเป็นรายการ (item)ทางกายภาพที่สามารถจับต้องได้
 แต่ในระยะหลังมีการพยายามทีจะกำหนดความหมายของทุนใหม่ ตัวอย่างเช่น      
การลงทุนใน เรื่องการศึกษา และ การพัฒนาฝีมือ ถือเป็นการสร้างทุนมนุษย์หรือทุนความรู้ และนอกจากนี้การลงทุนเพื่อ สร้างสมบัติทางปัญญา คือ การสร้างทุนทางปัญญา เช่นกัน ซึ่งยังมีการถกเถียงกันอยู่มากพอควร ในเรื่องของคำว่า  " ทุน "

         ทฤษฎีการพัฒนามนุษย์ อธิบายว่าทุนมนุษย์ยังรวมไปถึง ปัจจัยทางด้านสังคมและความคิดสร้างสรรค์ ทุนทางสังคม เป็นการสร้างคุณค่าใน การเชื่อถือกัน ระหว่างบุคคลหรือองค์กรซึ่งอยู่ในเศรษฐกิจ
ทุนเฉพาะบุคคลเกิดขึ้นจากตัวคนเอง ปกป้องโดยสังคม เช่น การใช้แรงงานแลกเปลี่ยนเพื่อเงินหรือความเชื่อใจ

การจำแนกชนิดที่นำไปใช้ทางทฤษฏี

 ทุนทางบัญชี คือ พันธกิจต่างๆ
ทุนธรรมชาติ คือ ความพยายามของชุมชนเพื่อพัฒนาธรรมชาติ
ทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เป็นระบบสนับสนุนที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ ซึ่ง อาจจะรวมไปถึงเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ถนน คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ทำให้เกิดความต้องการของความน่าเชื่อถือทางสังคม สิ่งหล่านี้เกิดจาก  การฝึกฝน รวมไปถึง  การใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ ให้น้อยลงที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

           การถกเถียงเกี่ยวกับความหมายของคำว่า "ทุน" นั้นมีมานานมาแล้วซึ่งส่วนใหญ่เถียงกันเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงของคำว่า "ทุน" โดยเฉพาะในระบบเศรษศาสตร์ที่แตกต่างกันต่างกัน

ที่มา :   wikipedia

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2559

เล่นหุ้น เริ่มอย่างไรให้ถูกวิธี EP1

       เล่นหุ้น  เริ่มอย่างไรให้ถูกวิธี
             
                    ทุกวันนี้เมื่อเราเดินผ่านตามแผงหนังสือทั่วไป มักจะมีหนังสือประเภทหนึ่งวางขายอยู่เป็นจำนวนมากแทบทุกร้านนั้นก็คือ สอนเล่นหุ้น แนะหุ้นรวยเร็ว ฯลฯ  หลังจากหยิมาอ่านดู ก็รู้สึกไม่เข้าใจสักเท่าไรยิ่งอ่านยิ่ง งง มีวิธีคิดคำนวนมากมายต้องใช้สูตรต่างๆ และมีคำศัพท์แปลกใหม่เป็นจำนวนมาก อ่านไม่กี่หน้าก็ต้องว่าง ชีวิตของผมนั้นไม่เคยสนใจเรื่องหุ้น เพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว มองตัวเลขอย่างไรก็ไม่เข้าใจสักทีว่ามันขึ้น-ลงได้โดยใช้หลักการอะไร คุยกับคนใกล้ตัวก็จะโดนต่อว่าเสมออยากรู้ไปทำไมไม่เห็นมีใครรวย ก็เลยเลิกสนใจ หลังจากนันผ่านมาไม่นานก็อยากจะต้องดำเนินกิจการเป็นของตัวเอง เวลาไปทำงานหรือไปขายของ  ก็จะได้ยินเสียคนรอบตัวบ่นว่าทำไม ไม่เกิดเป็นลูกคนรวยว่ะจะได้ไม่เหนื่อย คุณรู้มั้ยลูกคนรวยต้องเหนื่อยมากแค่ไหนในแต่ละวัน 24 ชม. ได้นอนกี่ชั่วโมง
สิ่งที่เราทำได้ทุกวันนี้คือทำอย่างไรให้เรามีเงินปัญหาเกิดจากเงินไม่มีเหมือนกันทุกคน คนรวยมองหาเงินเป็นดับแรกทำอาไรแล้วได้กำไรความเสี่ยงต้องน้อยที่สุด การเป็นเจ้าของกิจการ คงเป็นตัวเลือกอันดับแรกของทุกคน แต่การเป็นเจ้าของกิจการไม่ได้สบายอย่างที่คิด คุณจะต้องคิดทุกอย่างและลงมือทำมันด้วยตัวของคุณเอง ลองตั้งคำถามถามตัวเองว่าต้องการรายได้เท่าไรกับกิจการของตัวเอง
สำหรับผมนั้น 5% ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจแล้วคุณต้องลงทุนกับเวลาอีกเท่าไรถึงจะพอ มีสุภาษิตบทหนึ่งสอนว่า การบริหารคือการทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยมือผู้อื่น ผู้ปกครองระดับธรรมดา ใช้ความสารมารถของตนอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่ ลากไปซ่ะยาวมาเรียนรู้วิธีเล่นหุ้นกัน
 
       
1. ต้องรู้ว่าทำไมถึงต้องมีตลาดหุ้น

    1.1    ตลาดหุ้น  เกิดจาก
              Owen business กิจการที่มีเจ้าของคนเดียว เริ่มมีความคิดว่าฉันต้องการทำมาค้าขายกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามแนวคิดของตนเองด้วยทุนเท่าที่ตนเองสามารถจะหาได้ หลังจากนั้นดำเนินกิจการมาสักระยะหนึ่งกิจการเริ่มมีกำไรเห็นช่องทางการดำนินธุรกิจแต่ทุนไม่พอจึงไม่สามารถขยายกิจการเริ่มมองหา partnership

               Partnership ความร่วมมือ หุ้นส่วนทางธุรเกิดได้สองวิธี วิธีแรกธุรกิจของเราเติบโตเร็วมากและมีคนมีแนวคิดจุดมุ่งหมายหรือจุดสนใจร่วมกัน มองเห็นกำไรจากการดำเนินธุรกิจจึงมาขอร่วมหุ้นกับเรา
วิธีที่สองประชาสัมพันธ์หาผู้ร่วมหุ้น เนื่องจากมีการร่วมลงทุนจึงจำเป็จะต้องจัดตั้งเป็นองค์กร Company

              Company  องค์กรธุรกิจชนิดหนึ่ง เป็นการรวมกลุ่มหรือการรวบรวมบุคคลและ/หรือบริษัทอื่น ผู้ซึ่งเป็นหุ้นส่วนร่วมลงทุนก่อตั้งบริษัท บุคคลกลุ่มนี้มีความมุ่งประสงค์หรือจุดสนใจร่วมกัน และมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสวงหาผลกำไร การรวมกลุ่มเช่นนี้สามารถกระทำได้ภายใต้กฎหมาย และตัวบริษัทเองนั้นก็จะถือว่าเป็นนิติบุคคล (legal person) ชื่อของบริษัทก็จะถูกตั้งขึ้นเพื่อใช้อ้างอิงแทนกลุ่มบุคคลเหล่านั้นจากนั้นเมื่อกิจการมีการเติบโตมากขึ้นก็มีการจับมือกันระหว่า Company กับ Company ทำให้องค์การมีขนาดที่ให้มากมีผลประโยชน์ร่วมกันมากขึ้นทำให้ต้องมีการควบคุมโดย Holding Company  เพื่อทำการควบคุมกิจการหรืออาจเรียกบริษัทแม่

              Holding Company   มีหน้าที่จัดหาเงินทุนวางนโยบายระยะยาวเพื่อให้ธุรกิจต่างๆ ในเครือสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้จนวันหนึ่งเมือกิจการเติบโตจนเงินในองค์กรไม่เพียงพอสำหรับเป้าหมายของธุรกิจที่วางไว้จึงต้องวางแผนหาทุนเพิ่มในการดำเนินกิจการที่มีขนาดใหญ่มากนั้นคือ Public  Company

               Public  Company บริษัทมหาชนจำกัด ถูกกำหนดขึ้นโดยพระราชบัญญัติ บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 โดยมีข้อกำหนดให้บริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว สามารถนำหุ้นจำนวนหนึ่งของบริษัทออกจำหน่ายให้ประชาชนทั่วไปได้ และประชาชนผู้ซื้อหุ้นจึงเป็นเจ้าของกิจการนั้นตามสัดส่วนของหุ้นที่ถือ อยู่. และหุ้นนี้อาจขายให้ผู้อื่นได้ตามราคาหุ้นในแต่ละวัน เมือมีกิจการเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากจึงเกิดตลาดเพื่อนำหุ้นของกิจการมาขายเพื่อหาผู้ร่วมลงทุนรายย่อย  ผู้ที่ดำเนินการขายและ ซื้อหุ้นของบริษัทจำกัด (มหาชน) คือ ตลาดหลักทรัพย์


                ตลาดหลักทรัพย์ ตลาดทุนไทยยุคใหม่มีจุดเริ่มต้นจากการประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504 - 2509) เพื่อรองรับการเติบโตและส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชน ต่อมา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2510 - 2514) ได้เสนอให้มีการจัดตั้ง ตลาดหลักทรัพย์ที่มีระบบระเบียบขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเน้นให้มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งระดมเงินทุน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ


ติดตามต่อ EP 2
         

การเดินทางของFERRUM

Ferrum  คือ อะไร มาจากไหนและกำลังไปไหน

http://www.ferrum.co.th/about.html

Ferrum นำเนินธุรกิจอะไรบ้าง

http://www.ferrum.co.th/ours_business.html

ใครบ้างเป็นเจ้าของ(ส่วนของผู้ถือหุ้น)

http://www.set.or.th/set/companyholder.do?symbol=FER

ทีมบริหาร Ferrum คือใครบ้าง

http://www.ferrum.co.th/management.html

CEO ของโครงการต่าง ๆ

 คุณสกลกรย์ สระกวี  CEO  โครงการ  Mseed
 https://www.blognone.com/node/66845
Product
http://www.mseed.asia/game/

CEO  โครงการ  M MOBILE

-

CEO โครงการ  M LINK
-
Product
http://www.mlinkshop.com/

CEO โครงการ M SOLUTION
-

CEO โครงการ M LINK Q I R
-

CEO โครงการ M ENERGY
-